สตอร์เรียกพี่/ เฮียเจ็ด
posted on 14 Dec 2008 22:59 by triwoottipong
"ฉันยังไม่รู้เลย จะลงเอยเช่นไร สิ่งที่ตัวฉันเอง คิดอยู่ทุกวัน นั้นถูกไหม เพราะว่าในสายตา เธอดูมีเลศนัย แต่ก็เหมือนว่าแค่แกล้งทำ เพียงต้องการทำให้ฉันนั้นหวั่นไหว" ฉันก็ไม่รู้ว่าที่ไหนควรจะยืน
ต้องทนขืนข่มความข้องใจ *ฉันก็ไม่รู้ระหว่างเราคืออะไร มันคืออะไรที่เธอคิดกับฉัน คนที่สนใจหรือเล่นๆไป ทำแบบไหนที่เราจะคบกัน หรือต้องให้ฉันแค่แอบมีเธอในใจ แค่นี้ใช่ไหมที่เธอคิดกับฉัน บอกกับฉันที ฉันไม่เข้าใจ "ระหว่างเรามันควรเป็นเช่นไร ไม่รู้เลย" .......... จบไปแล้วนะครับ สำหรับเพลง "ระหว่างเราคืออะไร" ผลงานของน้อง "เลียดิ" เจ้าหญิงอาร์แอนด์บี จากคุณ "หน้าเหลี่ยม" ถึง "บักห้อย"
ซะโอ้ยย ท่าทางเพลงนี้คงจะโดนใจบักเหลี่ยมมิใช่น้อย หลังจากสลัดปลายปากกา ใช้เพลงดาบน้ำหมึก กรีดหัวใจอันสุดแสนจะต่ำช้าของพวกนักการเมืองสามารมามากหลายบทความแล้ว วันนี้เฮียก็ขอสวมวิญญาณดีเจ จัดเพลงให้เข้าๆกับบรรยากาศ เนื่องจากเมื่อไม่กี่วันมานี้ ที่เมื่อเฮียได้เห็นภาพที่แล้วรู้สึกคลื่นไส้ กระอักกระอวล อยากจะอาเจียน ก็คือภาพที่บักห้อยกอดไซ้ไล้คอกับ "คนหน้าหล่อ" อย่างไม่อายฟ้าอายดิน ทั้งที่ก่อนหน้านี้จ้องแต่จะกินเลือดกินเนื้อกัน โดยเฉพาะเดอะห้อย ที่เมื่อก่อนช่วยบักเหลี่ยมทั้งใต้ดินบนดิน ทั้งๆที่รู้ว่าฝั่งไหนถูกฝั่งไหนผิด แต่ก็กระไร ช่วยบักเหลี่ยมหลังชนฝา แต่สำหรับเดอะห้อยแล้ว การกระทำที่มิรู้จักอายฟ้าดินเยี่ยงนี้ ก็คงถือเป็นเรื่องธรรมดา กลุ่ม30 ส.ส.ของพวกแกถึงได้ชื่อว่า "แมวเก้าชีวิต" ที่ฆ่าเท่าไหร่ก็มิรู้จักตาย พอเห็นเจ้านายคนไหนท่าทางจะไปไม่รอด ก็หนีไปบ้านอื่น คลอเคลีย อ่อยเหยื่อ ให้ท่าสารพัดสาระเพ จนได้เจ้าของใหม่ ว่าแล้วก็นึกึงถึง "เดอะห้อยรุ่นพ่อ" จะว่าไปแล้ว เชื้อก็ไม่ทิ้งแถว เรียกได้ว่าแบร์นเนม "shitไลค์" เขารักษาคุณภาพตามแบบ ISO 91000 ซะจริงๆ พอดูพฤติกรรมของ "เดอะห้อยรุ่นพ่อ" ที่ทำให้คนที่เห็นนั้นต้องอึ้งกับสิ่งที่แกทำ แต่แหม จะว่าไปแกก็ทำให้ชาวโลกต้องอึ้งมาตั้งแต่แกมีลูกเป็นบักห้อยโหนแล้ววว พฤติกรรมที่ทำให้นึกถึงลูกแกก็คือ เมื่อไม่กีวันมานี้ นักการเมืองเขี้ยวลากเดินอย่าง "ท่านเลขา ณ สุราช" ที่เป็นมือดูดสส.ระดับพระกาฬ สังกัดค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม ได้รวบรวมรายชื่อของ ส.ส.ของค่าย รวมกับกบฏพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ยื่นขอเปิดสภาฯ สมัยวิสามัญเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี งานนี้แบรนด์เนมอย่างshitไลค์ มีหรือจะไม่แสดงคุณภาพการพลิ้วยิ่งกว่าธง9x10เมตร โดยเปลี่ยนลุกซ์จากกน้ามือเป็นหลังมือ เอาใจฝั่งของคนหน้าหล่อเป็นพิเศษ แบบว่า อยากได้อะไรบอกมา เดี๋ยวพ่อจัดให้ ซึ่งเป็นปรากฏการที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในการประชุมสภาฯ ตลอด10เดือนที่ผ่านมา อย่างเช่นเมื่อเร็วๆนี้ ในวันเปิดประชุมสภาฯสมัยนิบัญญัติ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ห้อยรุ่นพ่อก็เพิ่งไล่ 2 ส.ส. ในค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม อย่าง "ท่านหมอเชียงใหม่ ณ พิษณุโลก" และ "อาเฮียดินแดง" ออกจากห้อมประชุม ฐานไม่ถอนวาทะอันเฉือดเฉือนใจเช่น "รัฐบาลโนบิตะบริหารประเทศเพื่อบักเหลี่ยม" ทำให้ "เด็กตรังหน้าแว่น" ที่เรียนปริญญาโทได้เกียรตินิย อันดับ 1 จาก สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ถึงกับลั่นปากว่า "คงทำงานร่วมกันไม่ได้แล้ว" แต่ภาพอุจาดตาที่เด็กต่ำกว่า18ห้ามดูวันนี้ บักห้อยรุ่นพ่อกลับกอดจูบลูบคลำ ส.ส. ทั้ง2 คนอย่างรักใคร่ พร้อมขอโทษขอโพยซึ่งกันและกันอย่างไม่อายฟ้าดิน
โถ่ จะว่าไปช่วงนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมีเรื่องช็อคประวัติศาสตร์แค่นี้ ยังมีเรื่อง "มหกรรมการดูด" ทั้งเร่าร้อน รุนแรง ทั้งซับซ้อน พิสดาร ระไม่ว่าหมดนวดอ่างไหน สำนักไหนก็แล้วแต่ มิอาจเทียบได้ติดแม้แต่น้อย ขนาดมือดูดระดับพระกาฬอย่าง "ท่านเลขา ณ สุราช" ต้องซู๊ดปากและขาสั่นระริกๆเพราความเสียววววววสะท้านไปทั้งตัว เพราะเดี๋ยวนี้ตัวตัวเลขระดับ7หลักนั้นต้องถือว่ากระจอกไปแว้วว ว่ากันว่าระคาระดับปัจจุบันพุ่งกระฉูดไปถึง 8 หลัก หรือตกประมาณสิบๆ ล้านขึ้นไป ต่อคน ต่อหัว เล่นล้วงๆ ควักๆ กันด้วยเงินสดๆ หนาเป็นปึกๆ ปึ๊งๆ เช่นนี้ ไม่ว่าใครก็เถอะ ย่อมมีสิทธิ์ที่จะเกสรอ่อนระทวยไปตามๆกัน
แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้ อะไรต่อมิอะไรมันคงจะ พลิกกลับ สลับขั้ว ไม่ได้ง่ายๆอีกต่อไปแล้ว พูดง่ายๆว่า ถึงจะออกแรงดูดแบบสุดฤทธิ์สุดเดชสักเพียงใด แต่สิ่งที่ดูดๆดึงๆกลับมา ไม่ว่าจะเกินกึ่งหนึ่งไป 5 เสียง 10 เสียง หรือ 20-30 เสียงก็เถอะ! มันคงจะหยิบมาทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแทบไม่ได้ เพราะขนาดมีเสียงครบถ้วน แน่นหนา เกินกว่า 300 เสียงซะอีก ยังมีแต่ ตาย กับ ตาย มาแล้วถึง 2 นายกรัฐมนตรี 2 รัฐบาลซ้อนๆ แล้วกับแค่ 220-240 เสียง ยังๆก็ไปมิรอดดอก
แม้นจะมีการทอดสะพานถอยหลัง จากฝั่งสำนักเหลี่ยม ถึงขั้นต้องวานจินตนาการด้วยว่า รัฐบาลเพื่อชาติ ที่มีแต่ฝ่ายรัฐบาลล้วนๆ ไม่เหลือฝ่ายค้านติดสภาฯ เอาไว้เลย แต่การแสดงออกในลักษณะเช่นนี้ ก็แสดงให้เห็นถึงอาการที่เรียกกันว่า "หมาหวงอำนาจจนตรอก" ยิ่งต้องไปอาศัยไหว้ว่านคนอย่าง "เขียดตะปาดวังน้ำเย็น" ที่เป็นคนไหลไปไหลมายิ่งกว่าปลาไหลใส่สเก็ตแถมกระโดดข้ามฉ็อตโน้นฉ็อตได้อย่างน่าไม่อายไม่เคยมีจุดยืนเป็นหลักแหล่ง เป็นตัวเดินสาย อันนี้...ต้องเรียกว่า...หมดแล้ว! คิดยังไงก็ไม่รู้ จะตั้งรัฐบาลทั้งที ดันต้องพึ่งบริการพรรคต่ำสิบ ต่ำสุดของประเทศ ที่มี ส.ส. เพียง 5 เสียง หากจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ พ่อเขียดตะปาดไม่มีบารมีและความน่าเชื่อถือทางการเมืองแม้แต่น้อย ที่จะทำให้คนอื่นคลานตามไปร่วมเป็นทาสระบอบเหลี่ยม ที่แกเที่ยวอวดโวหารผู้เฒ่า-ผู้แก่ปาวๆ แล้วพรรคอื่นเขาเงียบเฉยนั้น หาได้ซาบซึ้งศรัทธาอะไรหรอก หากแต่ไม่มีผู้ใดจะให้ความสำคัญ นึกซะว่า "แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน สงสัยจะรับประทานที่ดินรัฐ อิฐ หิน ปูน และสัมปทานอื่นๆอีกมากมาย แถมเพิ่งจะรับเงินเน่าๆของบักเหลี่ยมมา ก็เลยสติสตางค์ไม่ค่อยดี ปล่อยแกหลงของแกไปตามเรื่องตามราวคนเดียวเถอะ" ฉะนั้นก็ไม่แปลกอะไร ที่แกตั้งโต๊ะเก้อ เตรียมอาหารซะเวอร์เต็มบ้านเลย แถมเชิญ 4 พรรคมาประกาศศักดานุภาพ แต่ไม่มีใครมา เงียบเป็นเสียงเป่าสาก พ่อเขียดแกก็เลยฉุนใหญ่ โทรตามทุกตัว เฮ้ย ทุกคน ต่างคนก็หาข้ออ้างต่างๆนาๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องมาร่วมสังคกรรมกับป๋าเขียด แต่พอด๊พอดีมีเพื่อนเป็นจิ๊งจกอยู่แถวนั้น ก็เลยทราบข้อแกตัวของแต่ละคน แต่เห็นมีน่าขำสุดแล้วดูไม่ค่อยเนียนก็จะมี "เจ๊เป้า" แต่งานนี้ป๋าเหนอะ เอ้ยเขียด ช่างรู้สึกว่ามุขนี้ไม่ฮา แต่กลับรู้สึกว่ามันไปแยงแผลในใจ ที่ตนเองเป็นผู้ใหญ่ที่เด็กมันไม่เต็มใจไหว้ เพราะเด็กมันไม่เคารพ ก็เจ๊เป้าเล่นบอกว่า " โอ้ยย.... เจ๊ปวดฟันอะ...พอดีวันนี้มีนัดหมอฟันด้วย....งั้นเดี๋ยวขอตัวไปหาหมอฟันก่อนะค๊ะป๋า....โอ๊ย!ปวดฟันอะ" ก็แหม หมอฟันอะ เลื่อนนัดเป็นวันอื่นก็ได้นะครับ ถ้าเจ๊แกเห็นเรื่องนี้สำคัญจริงๆ ก็คงเลื่อนนัดหมอฟันไปเป็นวันอื่นแทน เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งรีบ เหมือนกับเรื่องจัดตั้งรัฐบาล "นี่เฮีย มาว่าป้าโกหกได้ไง ป้าปวดฟันน๊ะ โอ้ย!!! ปวดฟันอะ โอ้ยยย!!! ก็ปวดฟันอะ ไม่เข้าใจรึไง" เจ๊เป้า (คงจะ) กล่าว (กับเฮียแบบนี้) (*อย่างไรก็ดี ขออย่าให้เจ๊เป้ามาอ่านเจอคอลัมน์ของผมเล๊ยยยย)
แหม ความจริงก็น่าคิดสักหน่อย ถ้าพวกนั้นจะร่วมตั้งรัฐบาลกับสำนักเหลี่ยมละก็ เขาแค่ไปพูดคุยโดยตรงกับสำนักเหลี่ยม หรือเจ้าสำนักตัวจริงไม่ดีกว่าหรอ ทุกอย่างจะไม่เรียบร้อยกว่าต้องไปทำอะไรผ่าน "พ่อค้าคนกลาง"
อย่างป๋าเขียด ดอกหรือ? และแท้ที่จริง เจ้าสำนักเหลี่ยมเอง เป็นฝ่ายโทรตามหาทุดพรรคให้ควั่กอยู่แล้ว ถ้าเข้าไปเพราะเจ้าสำนักสั่ง จะไม่มากยศ-มากวาสนากว่าไปเพราะผู้เฒ่า-ผู้แก่อย่างนายเขียดจอมเห่าหอนดอกหรือ? ช่างเป็นการเดิมเกมที่ไม่ฉลาดเลยสำหรับสำนักเหลี่ยมในครานี้ ก็แหม ความเป็นสำนักเหลี่ยม และระบอบเหลี่ยมในตอนนี้ เหลืออยู่แค่ "3 เกลอหัวขวด" อย่างเช่น "อดีตนักข่าวเฉียดคุ๊ก" "เด็กช่างนครฯ" "ไอ้โฆสกเด็กใต้ปากสุนัขไม่รับประทาน" และ "เสี่ยลูกกบบ้ากอล์ฟ" จะว่าไป บุคคลที่เฮียเพิ่งจะกล่าวถึงในข้างต้น ยังมีความเป็นเจ้าสำนักเหลี่ยมมากกว่า "อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย" ที่เป็นเพียง "หัวหน้าพรรคอุปโหลก" เท่านั้น สรุปก็คือ พวกบิ๊กๆ หัวๆ ตัว เอ้ๆ คนอื่น นั้น ตอนนี้ เขา "หลาเลี้ยว" หลบไปนอนลูปพุง นับเงินกันเพลินไปแล้ว ไม่ค่อยมีใครเขาเอามือมาซุกหีบด้วยหรอก "รู้หลบเป็นปีก รูหลีกเป็นทาง ไม่มียาง (อาย) เป็นนักการเมือง" รู้จักป๊ะ "มหกรรมการดูด" ครั้งนี้ จึงไม่น่าจะมีอะไรมากไปกว่า การถูกหลอกรับประทาน อีกนั่นแหละ ถึงจะอุตสาห์สะสมโกงเงินทองเอาไว้ทั้งชีวิต เป็นแสนๆ ล้านๆ แต่สุดท้าย.....หนีไม่พ้นต้องควักมาให้สุนัขรับประทานกันตัวแล้วตัวเล่า บางตัวรับประทานไปแล้ว ถ้าหากยังพอช่วยเลียมือเลียเท้าให้อุ่น นิ่มๆ ได้ชั่วคราวก็ถือว่าโชคดีไป แต่หลายต่อหลายตัวหลังจากรับประทานเสร็จสิ้น ยังหันมาแว้งกัด งับมือ งับตีน ก็มีอยู่มิใช่น้อย แต่ทั้งๆที่ถูกกัด ถูกงับคาปากกันสดๆ ยังมิวายเอาเงินออกมาทุ่ม แบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าโง่แล้วโง่เลยได้กระไร อาจจะเก่งในการโกงหาเงิน หาทอง ร่ำรวยมหาศาลขนาดไหน แต่คงเลี่ยงไปได้ที่จะต้องสรุปว่า "อภิมหาโง่" ชัดๆ ไม่ทราบว่าไปเสพอำนาจมากจนทำให้สมรรถภาพถดถอยหรือเปล่า รู้จัดเพลาๆบ้างก็ดีนะครับ เพราะพวกนี้คอยเกลือกกลิ้งเศษเดนที่หกหล่นอยู่ บ้างก็หลอกรับประทานบักเหลี่ยมยามหน้ามืดเป็นจ๊อบๆ เห็นไหมนผมบอกแล้ว พระจันทร์ยิ้มมันคือสัญญาณจากพระเจ้าว่า "คนดีจะอยู่ได้ คนจัญไรจักสูญพันธุ์"
วันนี้ไหนๆก็เริ่มด้วยเพลงแล้วนะครับ อยากให้จบด้วยเพลง "ฟ้าเปลี่ยนสี" ของพี่ "โรซี่" นะครับ
อยู่กับรอยน้ำตา อยู่กับวันที่ฟ้าหม่น ไม่มีสักคนจะเห็นใจ เหนื่อยมานานแสนนาน เหนื่อยกับคืนฝันร้าย ไม่มีอะไรที่สวยงาม * มันอาจเป็นเพียง แค่บททดสอบจากเบื้องบน คงมีเหตุผลที่เป็นอย่างนี้/ ** บอกใจอย่าได้ไหวหวั่น สักวันฟ้าจะต้องเปลี่ยนสี ชีวิตคงไม่ร้ายกว่านี้ ต้องมีวันพรุ่งนี้ที่เป็นของเรา*/ เจ็บเป็นธรรมดา ปล่อยน้ำตามันไหลไป ห้ามมันไม่ไหวก็ช่างมัน แต่อย่าเพิ่งท้อใจ ปลอบตัวเองอยู่ทุกวัน ว่าคงไม่นานจะพ้นไป
edit @ 14 Dec 2008 23:06:32 by Nae